3 สมุนไพร รักษาโรคกระดูกเสื่อม หายใน 3 อาทิตย์ ทำเองได้ง่ายๆ

โรคกระดูกเสื่อม เกิดจากการเสื่อมสมรรถภาพของกระดูกในร่างกายของเรา ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากการทาน จากการเคลื่อนไหวมากเกินไป มักจะเกิดในวัยกลางคน วัยสูงอายุ

การรักษาโรคกระดูกเสื่อมนั้นส่วนใหญ่คนมักจะพึ่งยาแผนปัจจุบัน อาหารเสริมต่างๆ เช่น แคลเซียมแคปซูล แต่ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ ขอแนะนำเป็นพิเศษ อาจทำให้เราหายขาด หรือบรรเทาอาการโรคกระดูกเสื่อมได้ คือทานแบบภูมิปัญญาไทย ด้วย น้ำกระชาย น้ำมะนาว
น้ำผึ้ง

น้ำกระชาย น้ำมะนาว น้ำผึ้ง เป็นสูตรธรรมชาติบำบัด ที่จะสามารถช่วยให้ร่างกายสร้างมวลกระดูกใหม่ขึ้นมา แล้วไปเสริมสร้างกระดูกที่เสื่อมอยู่ให้แน่นเหมือนเดิม ส่วนผสม น้ำกระชาย น้ำมะนาว น้ำผึ้ง รักษาโรคกระดูกเสื่อม

ชุดละวัน เช้า เย็น แบ่งเอา

– กระชาย 1 ขีด

– น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

– มะนาว 2 ลูก

วิธีทำ

1. นำกระชายล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาตำ โดยใช้ครกหินอ่างศิลา หรือ ปั่นโดยใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้ละเอียดเติมน้ำสะอาดลงไป 2 แก้ว

2. นำกระชายที่ตำหรือปั่น มากรองผ้าขาวบาง จนได้หัวเชื้อ เอาแต่น้ำหัวเชื้อ

3. ใส่น้ำผึ้ง และ มะนาวผสมลงไปปรุงรสตามใจชอบ แนะนำให้ใช้วิธีการตำโดยใช้ครกหินอ่างศิลา จะช่วยในการบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติ

ขอบคุณข้อมูล : samunpraibann

5 บทสวดมนต์เรียกทรัพย์ สวดแล้วเฮง…สวดแล้วรวย…สาธุ

1. คาถาเงินล้าน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี)

เริ่มต้น ตั้งนะโม 3 จบ และกล่าว
“สัมปจิตฉามิ นาสังสิโม
พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ
พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม
มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม มิเตพาหุหะติ
พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ
วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา
วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย
พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม
สัมปติจฉามิ เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤาๆ”
สวดบูชา 9 จบ และอธิษฐานขอให้มีเงินมีทองไหลมาเทมา พร้อมกับแผ่เมตตา อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรเรื่องการเงินด้วย

2. คาถาเรียกทรัพย์ (หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา)

เริ่มต้น ตั้งนะโม 3 จบ และกล่าว
“พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ (1 จบ)
วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา
วิระทาสี วิระทาสา 
วิระอิตถิโย
พุทธัสสะ มาณีมามะ พุทธัสสะ สะวาโหม”

ใช้สวดภาวนาเรียกทรัพย์ เรียกเงินเรียกทอง จะสวด 3 จบ 5 จบ 7 จบ 9 จบก็ได้ แถมว่าเวลาตื่นนอน ก่อนนอน หรือใส่บาตร รวมถึงเวลาค้าขาย ก็สามารถสวดได้เช่นกัน

3. คาถามหาลาภ (หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา)

เริ่มต้น ตั้งนะโม 3 จบ และกล่าว
“สัมพุทธชิตา จะสัจจานิ
เกรัตสะ พระพุทธชิตา
สัพพโส คุณะวิภา
สัมปัจโต นะรุตตะโม
มหาลาภัง สัพพะสิทธิ
ภะวันตุ เม”

สวดภาวนาเพื่อขอโชคขอลาภ และทำมาหากินให้ร่ำรวยๆ

4. คาถาเรียกเงินเข้าบ้าน

เริ่มต้น ตั้งนะโม 3 จบ และกล่าว
“โอม มหาลาโภ โชคะวันตัง เอหิ จงมา ธะนะปาตัง
มากะมายังอักขะโต ปาระติโย วันทิตตะวา นะมามิหัง”

แนะนำให้สวดภาวนาทุกวัน เพื่อให้เรียกเงินเรียกทองเข้าบ้าน จะได้ร่ำรวยๆ

5. คาถาร่ำรวย

เริ่มต้น ตั้งนะโม 3 จบ และกล่าว
“ธะนัง โภคัง ทุสะมะนิ
นะนัง โภคัง ทุสะมะนิ
อุมิอะมิ มะหิสุตัง สนะพุทธัง
อะสุนะอะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ”

สวดคาถานี้เพื่อเสริมโชคลาภ โดยสวดภาวนากับน้ำสะอาด จากนั้นนำมาประพรมให้ทั่วบ้าน และร้านค้า ทำเป็นประจำจะช่วยให้ค้าขายดีและร่ำรวยเร็วยิ่งขึ้น

ที่มา thairath

8 เทคนิคง่ายๆในการเลือกน้ำผึ้งแท้…ที่คุณเองก็ทำได้

น้ำผึ้งที่วางขายอยู่ในท้องตลาดมีอยู่หลายชนิด ตั้งแต่ระดับหาบขายจนถึงระดับในห้างสรรพสินค้า มีน้ำผึ้งขายอยู่มากมายหลายชนิดที่เป็นน้ำผึ้งป่าและน้ำผึ้งที่มาจากผึ้งพันธุ์ น้ำผึ้งแต่ละชนิดมีคุณภาพต่างกัน ถูกบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ มีฉลากปิดเพื่อประกันคุณภาพของน้ำผึ้งนั้น บางชนิดเป็นน้ำผึ้งแท้ น้ำผึ้งผสมหรือน้ำผึ้งปลอม การเลือกซื้อน้ำผึ้งเพื่อให้ได้น้ำผึ้งแท้ จึงต้องพิจารณาอย่างมาก ซึ่งเคล็ดลับการเลือกซื้อน้ำผึ้งและการเก็บรักษาดังนี้

1. ให้ดูที่สีของน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งแท้ นั้น สีจะออกใสๆ ส่วนน้ำผึ้งปลอมสีจะคล้ายน้ำปลา

2. สัมผัสดู

น้ำผึ้งแท้ เมื่อเทใส่มือ แล้วใช้นิ้วคลึงดู

จะมีความหนืดๆ และสัมผัสได้ถึงความหนาแน่น

ส่วนของปลอมนั้น จะหนาแน่นน้อยกว่ามาก

3. หยดน้ำผึ้งลงในกระดาษหรือทิชชู่

น้ำผึ้งแท้ จะไม่ซึมลงในกระดาษ

ส่วนน้ำผึ้งปลอม จะซึมลงไปเป็นวงในกระดาษ

4. ลองใส่ช้อน แล้วเทลงมาดู

หากเป็นน้ำผึ้งแท้ เทลงมาแล้ว จะขดเป็นเชือกไม่ขาดสาย

5. เทน้ำผึ้งลงในน้ำชาหรือน้ำเย็น 1 แก้ว

น้ำผึ้งแท้ เมื่อเทลงไป จะไม่ละลายทันที จะเห็นเป็นก้อนๆ อยู่ ส่วนของปลอมนั้น เมื่อเทลงไปจะละลายรวมกับน้ำเกือบจะทันที

ุ6.เขย่าขวดดูฟองอากาศและการแยกชั้น

โดยน้ำผึ้งแท้จะมีฟองอากาศใหญ่ ลอยตัวเร็ว ไม่เห็นการแยกชั้นของน้ำผึ้ง ส่วนน้ำผึ้งปลอมจะมีฟองอากาศมาก ลอยตัวช้า มองเห็นการแยกตัวเป็นชั้น (การทดสอบการไม่เข้ากันของน้ำตาล)


7. เอาหัวไม้ขีดไฟมาจุ่มน้ำผึ้ง แล้วนำไปจุดติดไฟที่ข้างกลัก

โดยน้ำผึ้งแท้ไม้ขีดนั้นจะสามารถจุดไฟติด ส่วนน้ำผึ้งปลอมจะจุดไฟไม่ติดครับ
(การทดสอบการเจือปนปริมาณน้ำในน้ำผึ้งแต่อาจไม่สามารถใช้จำแนกน้ำผึ้งที่ปนแบะแซหรือคาราเมลได้)
8. การทิ้งให้ตกผลึก

มีหลายท่านเข้าใจผิดว่าน้ำผึ้งแท้นั้นไม่ตกผลึกแต่น้ำผึ้งปลอมตกผลึก
แต่ความจริงแล้วทั้งน้ำผึ้งแท้และน้ำผึ้งปลอมตกผลึก แต่รูปแบบของผลึกที่เกิดขึ้นนั้นจะมีความแตกต่างกัน เช่น น้ำผึ้งแท้จะมีรูปของผลึกเป็นเหลี่ยมเป็นแท่งที่แหลมคมส่วนผลึกของน้ำผึ้งปลอมที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทรายหรือคาราเมล(น้ำตาลเคี่ยว)จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู แต่ต้องดูด้วยกล้องจุลทัศน์จึงจะมองเห็น ส่วนน้ำผึ้งปลอมที่เกิดจากจากแบะแซจะไม่มีการตกผลึก

วิธีการเก็บรักษา
ตามอายุการใช้งานแล้ว ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 2 ปี สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ ไม่จำเป็นต้องเข้าตู้เย็นให้เสียเวลา แต่ข้อห้ามไม่ควรโดนแสงแดด
เพราะจะเกิดปฎิกิริยาทำให้น้ำผึ้งเสียคุณค่าทางอาหารก่อนที่เราจะได้รับประทานเข้าไปเพียงรู้จักเลือกและสังเกตลักษณะภายนอก คุณก็สามารถจะได้น้ำผึ้งแท้อย่างมีคุณภาพ

น้ำหนักลด 7 กิโล ภายใน 1 เดือน ด้วยสูตรอาหารคลีนง่ายๆ

เราจะมาแชร์วิธี “ลดความอ้วน” ที่เราทำแล้วได้ผล เลยเอามาแบ่งปันกัน วิธีของเราจะเน้นเรื่องอาหารและออกกำลังกาย ไม่อดอาหารกินครบ 3 มื้อ นี่เป็นกระทู้แรกที่เราเขียนเลยนะคะ ถ้าผิดพลาดอะไรตรงไหน ก็ขอโทษด้วยจริงๆค่ะใครอยากผอม ลองทำตามดูเลย
ตอนแรกเราหนัก 55 สูง 164 สิ่งที่เราทำคือ
– งด ขนม ไอติม น้ำอัดลม
– ออกกำลังกาย
– กินอาหารคลีน
– กินผักผลไม้เยอะๆ***
หลังจากทำทั้งหมด เราน้ำหนักลดลงไป 7 กิโล นั่นคือจาก 55 ลงมาเหลือ 48
ฟินมาก…. ใส่เสื้อผ้าก็ง่ายขึ้น ใครก็ทักว่าผอม ยิ้ม
เพราะเราทำแบบนี้
V
V
V
V
1. ออกกำลังกาย
เราทำงานประจำเสาร์อาทิตก็ต้องทำงานบ้าน งานอื่นๆ เลยไม่มีเวลาไปเข้าฟิตเน็สหรือเล่นกีฬาเลย ก็เลยใช้วิธี ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ ตี 5 เเละใช้เวลาทำท่า บริหารครึ่งชั่วโมง แบบนี้

– Stepes1 คือยืนตรง แยกขาเล็กน้อย แล้วปรสานมือเพื่อทรงตัว
– Stepes2 สไลด์ขาซ้ายเหยียดตรงตั้งฉากกับขาขวา โดยที่ ขาขวายังตรงอยู่กับที่
– Stepes3 สไลด์ขากลับมายืนท่าเดิม
– Stepes4 สไลด์ขาขวาเหยียดตรงตั้งฉากกับขาซ้ายและขาซ้ายยังตรงอยู่กับที่

เราเอามาจากเว็บไซด์เด็กดี ในหน้าเว็บแนะนำให้ทำ 4 Stepes 50 ครั้งต่อวัน แต่เราทำไป 500 ต่อวัน อมยิ้ม20 (เหนื่อยมาก) ใช้เวลา เราตื่นตี 5 ใช้เวลาทำท่านี้ประมาณ ครึ่งชั่วโมง นั่งพักเหนื่อย อีก 10 นาทีก่อนไปอาบน้ำ เราทำแบบนี้ทุกๆ วัน 1 เดือน

2. กินอาหารคลีน
แนะนำเมนูคลีนที่เราทานนะคะ เราจะทำอาหารง่ายๆในตอนเช้า ทำเยอะหน่อย แบ่งใส่กล่องไปทานตอนเที่ยง และเหลือเก็บไว้ทานตอนเย็น (เราไม่อดมื้อเย็นนะ) แต่หลายๆครั้งมือเย็นจะเป็นผลไม้เพราะว่าเบื่ออาหารมื้อเดิมแล้ว
ต้องขอบอกก่อนว่าเราใช้หม้อทอดไร้น้ำมันทำอาหารซะเป็นส่วนใหญ่ ทุกเมนูเราไม่ใช้น้ำมันเลย กำจัดน้ำมันออกจากเนื้ออาหารตอนทอดได้ด้วย หายห่วงเรื่องแคลอรี่ แถมเป็นอาหารคลีนอีกด้วย
เราใช้หม้อทอดอันนี้ เพิ่งซื้อมาได้ไม่นานมาดูเมนูดีกว่า

สลัดเนื้อไก่ทอด
สิ่งที่ต้องเตรียม
– เนื้อไก่(เราใช้เนื้อสะโพก)
– เกลือและพริกไทย
– เผือกต้ม
– ผักสลัด
– มะเขือเทศราชินี

วิธีทำง่ายมาก คือ แค่เอาเนื้อไก่มาโรยเกลือ พริกไทย (อย่าใส่เกลือเยอะ)

แล้วเอาไก่ไปใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน 20 นาที ใช้อุณหภูมิ 200 องศา
(เราตั้งเวลา 10 นาที 2 ครั้ง เพราะ 10 นาทีแรกเราดึงกระทะออกมากลับด้านเนื้อไก่)


ทอดเสร็จเตรียมผักเสร็จ จัดใส่จาน เรียบร้อย

สังเกตได้ว่ามีน้ำมันไหลออกมาจากเนื้อไก่

เมนูต่อไป เนื้อไก่ทอด+ ขนมปังโฮลวีท + สารพัดผักต้ม

สิ่งที่ต้องเตรียม
– เนื้อไก่(แบบไหนก็ได้)
– เกลือและพริกไทย
– บล็อกโคลี่
– แครอท
– ข้าวโพดอ่อน
– มะเขือเทศราชินี
– ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น


โรยเกลือและพริกไทยลงบนน่องไก่เล็กน้อย(เกลือน้อยๆเหมือนเดิม)

แล้วใส่ลงไปในหม้อทอดตั้งอุณหภูมิ 200 องศา ใช้เวลา 20 นาที (แบ่งเป็น 10 นาที 2 ครั้งเหมือนเดิม)

พอเอาไก่ออกมาก็จัดใส่กล่องใส่จาน ซึ่ง ใน 1 มื้อ จะมี ขนมปัง 2 แผ่น ใส่ผักตามใจชอบ

Processed with Rookie

*************************************

อีกกันสักเมนู ค่ะ ปลาทูทอด + น้ำพริกกะปิ + ผักต้ม+ ข้าวกล้อง

อันนี้เราไม่ได้ทำน้ำพริกเอง ซื้อมาจากตลาดตอนเย็นพร้อมปลาทูนึ่ง
สิ่งที่ต้องเตรียม
– ปลาทูสด
– น้ำพริกกะปิ
– ข้าวกล้อง
– กะหล่ำปลี
– ถั่วฝักยาว
– บล็อกโคลี่
– ข้าวโพดอ่อน


วิธีทำเราใช้หม้อทอดไร้น้ำมันทอดปลาทู ทอด 20 นาที ที่ 200 องศา(ทีละ 10 นาทีแล้วกลับตัวปลา)


ข้าวก็หุงไป เสร็จทุกอย่างก็จัดใส่จานใส่กล่อง ปลาทูมื้อละ 1 ตัว ข้าว มื้อละ 1ทับพี พร้อมกับใส่ผักเยอะ น้ำพริกแยกใส่ถ้วยไปจิ้ม

เนื้อปลาที่ได้จะมีน้ำออกมา แต่ไม่แห้งเกินไป อร่อย…


*************************************

เมนูสุดท้ายเเล้ว ค่ะ

สเต็กปลาดอลลี่ + บล็อกโคลี่ต้ม +ไข่+ขนมปังโฮลวีท
สิ่งที่ต้องเตรียม
– เนื้อปลาดอลลี่ หรือ ปลาสวาย
– เกลือ
– พริกไทย
– บล็อกโคลี่ ผักสลัดตามชอบ มะเขือเทศ(ผักเดิมๆที่เหลืออยู่)
– ไข่
– ขนมปังโฮลวีท

(ใช้ปลาอื่นหรือเนื้ออื่นๆได้ตามใจชอบนะคะ)

วิธีทำ โรยเกลือและพริกไทยให้ทั่วตัวปลา ไม่ต้องใส่เกลือเยอะนะคะ(เหมือนเดิม)

แล้วใส่ในหม้อทอด ตั้งอุณหภูมิ 200 องศา ใช้เวลา 15 นาที

พร้อมกับต้มไข่และผัก จัดใส่จาน เราทำเป็นแซนวิชไข่ต้ม และเนื้อปลา เสร็จแล้ว!!

*************************************

เราทำอาหารประมาณนี้ซ้ำไปซ้ำมา ทอดด้วยเครื่องนี้ส่วนใหญ่เพราะเอาน้ำมันออกจากเนื้อได้ แต่บางทีก็เอาเนื้อไปต้มแทนเพราะเบื่อ สิ่งที่เราเน้นคือ โปรตีน และ ผัก เราเลือกที่จะกินผักเยอะๆเพื่อจะได้ไม่หิว ระหว่างวันเราก็กินน้ำเยอะ กินน้ำชา กินทั้งวัน กินแก้หิว น้ำชาช่วยแก้หิวได้จริงๆ …. ตกเย็นหิวอีกจริงๆก็กินผลไม้เพิ่ม เราเลือกกิน สับปะรด แอปเปิล แล้วก็ ส้ม เป็นหลัก พร้อม น้ำมะเขือเทศ(อันนี้กินทุกวัน)
******บางครั้ง ก็ออกไปกินข้าวกับเพื่อนๆบ้าง พยายามกินให้น้อย ไม่เน้นเเป้ง

ขอบคุณที่มา pantip.com/topic/33586431

ทำบุญใหู้กวิธี…ทำบุญอย่างไรให้ได้บุญ

คนโดยมากเข้าใจไปว่า การทำบุญจะต้องมีเงินจึงจะทำได้
เพราะเข้าใจว่า การบริจาคทรัพย์เท่านั้นเป็นบุญ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
บุญก็จะต้องใช้ทรัพย์แลก เท่านั้น

แต่ถ้าเรารู้ความหมายว่า บุญหมายถึงการชำระจิตใจให้สะอาด
แล้วเราก็เข้าใจทันทีว่า ทางที่จะให้เกิดบุญนั้นมีมากมายนัก
คนจนอาจทำบุญได้มากกว่าคนมั่งมีด้วยซ้ำ
ถ้าทำเป็นปัญหาเรื่อง “ทำเป็น” จึงสำคัญมาก

คนที่ไม่ใช่ช่างแก้นาฬิกา ปล้ำแก้นาฬิกาอยู่หลายวัน เสร็จแล้วใส่เครื่อง
เข้าอย่างเก่าได้ไม่ครบ แต่นาฬิกาเรือนเดียวกันนั้น ให้ช่างที่มีความรู้มาแก้
เขาเพียงใช้น้ำมันหยอดหน่อยเดียว เครื่องก็เดินได้ปกติ

การทำบุญแบบที่ผิด เช่นฆ่าสัตว์บูชายัญก็เปรียบได้กับตัวอย่างนี้ มีการริเริ่มมาก
วุ่นวายมาก แต่ไม่ได้ผลดีอะไร ส่วนผู้รู้จักความหมายของบุญ เพียงรักษา
กาย วาจา ใจของตนให้เรียบร้อยเป็นปกติสงบ ระงับก็ได้บุญโดยไม่ต้อง
เปลืองแรงและเปลืองทรัพย์

เพราะฉะนั้น พระพุทธศาสนา จึงให้ความรู้เรื่องการทำบุญไว้ว่า
มีอะไรบ้าง รวม 10 ประการด้วยกันคือ

๑. บุญสำเร็จด้วยการให้ทาน เรียกว่า ทานมัย
๒. บุญสำเร็จด้วยการรักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย หรือรักษาศีล
เรียกว่า สีลมัย
๓. บุญสำเร็จด้วยการอบรมจิตใจให้สงบและให้เกิดปัญญา
เรียกว่า ภาวนานัย
๔. บุญสำเร็จด้วยความอ่อนน้อมต่อท่านผู้เจริญกว่าโดยชาติ
โดยคุณวุฒิหรือโดยวัยตามความ เหมาะสม เรียกว่า อปจายนมัย
๕. บุญสำเร็จด้วยการช่วยขวนขวายในการทำความดีของผู้อื่น เช่น
ช่วยเป็นธุระออกแรง หรือออกความคิด เรียกว่า เวยยาวัจจมัย
๖. บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม เรียก ธัมมัสสวนมัย
๗. บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม หรือชี้แจงธรรมให้ผู้อื่นฟัง
เรียก ธัมมเทสนามัย
๘. บุญสำเร็จด้วยการแบ่งส่วนบุญแก่คนอื่น เรียกว่า ปัตติทานมัย
๙. บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญของคนอื่น คือพลอยยินดีในการ
ทำคุณงามความดีของคนอื่น เรียก ปัตตานุโมทนามัย
๑๐.บุญสำเร็จด้วยการทำความคิดเห็นให้ถูกให้ตรง เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี
ทำชั่วได้ชั่ว เรียก ทิฏฐุชุกรรม

ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่าในการทำบุญทั้ง 10 ประการนี้ มีที่ต้องลงทุนใ
ช้ทรัพย์สินเพียงข้อต้นข้อเดียว นอกจากนั้นอาจทำบุญได้อีกถึง 9 วิธี
โดยการประกอบคุณงามความดีอย่างอื่น ซึ่งเป็นไปเพื่อทำจิตใจ
ให้บริสุทธิ์สะอาด


เพราะฉะนั้นเมื่อเข้าใจจุดประสงค์ดีแล้ว
ว่าการทำบุญที่แท้จริงมิใช่เพื่อเอาหน้า
มิใช่เพื่ออวดความมั่งมีหรือเพื่อกอบโกยผล
หากมุ่งให้จิตใจบริสุทธิ์สะอาดเป็นสำคัญแล้ว
ก็จะทำบุญได้อย่างถูกต้องตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา


และจะได้พยายามระงับความวุ่นวายขุ่นหมองต่าง ๆ ในขณะทำบุญ
เช่น บางคนถึงวันทำบุญตื่นแต่เช้า เอะอะคนในบ้าน
ด่าซ้ายด่าขวากินแถวจนใครต่อใครรอหน้าไม่ติด
ทั้งนี้เพียงเพื่อจะทำบุญใส่บาตร
แต่ก็โกลาหลวุ่นวายกันไปหมดทั้งบ้าน


ความเข้าใจถูกต้องจะช่วยให้เราทำบุญถูกต้อง
ไม่ใช่ทำพอเป็นพิธีอย่างที่เคยทำกันมา


จาก คุณลักษณะพิเศษแห่งพระพุทธศาสนา
โดย อ.สุชีพ ปุญญานุภาพ

ธรรมะกับความรัก…คู่บุญเป็นอย่างไร เราเป็นคู่บุญกันหรือเปล่า

ความรัก กับ บุพเพสันนิวาสและเนื้อคู่

คู่นั้นมีหลายแบบ ไม่ได้มีแต่คู่เวรกับคู่แท้
คำว่า ‘คู่แท้’ จะทำให้คุณนึกถึงเพศตรงข้ามที่ติดตามกันไปทุกภพทุกชาติ เป็นตัวเป็นตนจับจองกันอย่างถาวรไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งธรรมชาติไม่ได้มีอะไรอย่างนั้น ตามกฎเหล็กข้อแรกสุดคือ ‘ทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงไป’

หากหันมาใส่ใจกับคำว่า ‘คู่บุญ’ และ ‘คู่บาป’ แทน อย่างนี้จะเห็นอะไรกระจ่างขึ้น เพราะคนเราทำบุญทำบาปสลับกันได้ ไม่มีใครทำบุญทำบาปร่วมกันอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตลอดไป และนั่นก็แปลว่า คู่บุญอาจหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบุญกันมามากกว่าร่วมทำบาป ส่วนคู่บาปก็อาจหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบาปกันมากกว่าร่วมทำบุญ

Meilleure+amie

มองอย่างนี้อคติจะลดลงอย่างฮวบฮาบทันที ประเภทขัดเคืองใจนิดหน่อยก็เหมาว่านี่คู่เวรของเรา หรือประเภทต้องตาต้องใจเมื่อเริ่มพบก็เหมาว่านี่แหละคู่แท้ของฉัน เราจะเห็นตามจริงว่า ถ้าต้องตาเมื่อเห็น ถ้าเย็นใจเมื่อใกล้ อันนั้นก็เป็นคะแนนทางความรู้สึกด้านดีชั้นแรก ต่อเมื่อมีความผูกพันผ่านเหตุการณ์ดีร้าย หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน ตรงนั้นค่อยเป็นคะแนนสะสมในชั้นต่อ ๆ มา กระทั่งปักใจเชื่อได้ว่าเป็นคู่บุญกันจริง ๆ

ความรู้สึกด้านดีชั้นแรก ในระยะแรกพบสบตานั้น
เป็นผลบุญจาก การอยู่ร่วมกันมาก่อนในอดีตชาติ

ส่วนการร่วมทุกข์ร่วมสุข ผ่านเหตุการณ์ดีร้ายต่าง ๆ มาด้วยกัน
เป็นบุญใหม่ ที่เกิดจากการเกื้อกูลในปัจจุบันชาติ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า
ความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้

หากปราศจากเหตุปัจจัย
ทั้งอดีตและปัจจุบันประกอบกัน

ไม่ว่าจะเป็น…
ของเก่าหรือของใหม่


บุญที่สร้าง ‘คู่บุญ’ ขึ้นมาจะเหมือนๆกัน พระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้ ได้แก่

๑) มี ศรัทธา ไปในแนวทางเดียวกัน
เช่น ถือศาสดาองค์เดียวกัน เชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องกรรมวิบากด้วยกัน เชื่อว่าโลกกลมหรือโลกแบนเหมือนๆกัน เชื่อแนวทางในการดำรงชีวิตรูปแบบเดียวกัน เป็นต้น

เมื่อ “ศรัทธา” ไม่ตรงกัน ก็คุยเรื่องไม่ตรงกัน
เมื่อคุยเรื่องไม่ตรงกัน ก็คุยกันได้ไม่นาน
เมื่อคุยกันได้ไม่นาน ก็เบื่อกันเร็ว

อันนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นกับทุกรูปนาม ไม่จำเพาะเฉพาะคู่รักเท่านั้น ขนาดเพื่อนกันแต่เชื่อไม่เหมือนกันยังยากที่จะเป็นเพื่อนสนิทเลยครับ ศรัทธาที่ร่วมกันปลูกฝังให้มั่นคงย่อมทำหน้าที่สร้างสายตาที่มองไปในทิศ เดียวกัน ไม่ก่อความรู้สึกเป็นอื่นจากกัน

๒) มี ศีล อันเป็นเครื่องหอมทางใจเสมอกัน
คือ มีความคิดงดเว้นข้อประพฤติผิดแบบเดียวกัน เป็นเหตุให้ไม่รังเกียจหรือหมั่นไส้กัน พรานหนุ่มกับพรานสาวทนกลิ่นอายฆ่าฟันของกันและกันได้ แต่ให้หมอศัลย์ที่มีรังสีช่วยชีวิตมาเป็นคู่ผัวตัวเมียกับมือปืนร้อยศพที่ ทะมึนด้วยรังสีเอาชีวิต อย่างไรก็คงทนกลิ่นอายที่เป็นตรงข้ามของกันและกันไม่ไหว

และนั่นก็เช่นเดียวกัน … ถ้าฝ่ายหนึ่งเจ้าชู้ ร้อยลิ้นกะลาวนไปเรื่อย โดยไม่สนใจความสกปรกหมกมุ่น ย่อมน่ารังเกียจยิ่ง สำหรับคนใจซื่อ ถือความสะอาดผัวเดียวเมียเดียว

“ศีล” ที่ร่วมรักษาให้บริสุทธิ์ดีแล้ว
ย่อมทำหน้าที่สร้างความอบอุ่น เชื่อมั่นในกันและกัน
สนิทใจ ไว้วางใจกันเป็นมั่นเหมาะ

๓) มี จาคะ อันเป็นวิธีคิดแบ่งปันเสมอกัน
อย่างน้อยต้องเป็นผู้ให้ซึ่งกันและกันในทางใดทางหนึ่ง ไม่ใช่มีแต่ฝ่ายหนึ่งคิดอยู่ข้างเดียว อีกฝ่ายเอาเปรียบตลอด เช่น อีกฝ่ายสละเงินให้ใช้ อีกฝ่ายสละแรงปรนนิบัติ เป็นต้น

การเอารัดเอาเปรียบเกิดจากจาคะที่ไม่เสมอกันเป็นมูล ยิ่งหากต่างฝ่ายต่างคิดเจือจานคนอื่น เห็นข้าวของอะไรไม่ใช้แล้วก็คิดตรงกันว่าน่าบริจาคแก่คนที่เขาไม่มี อย่างนี้ยิ่งไปกันได้ มีโอกาสร่วมบุญกันบ่อยๆ ยิ่งให้คนอื่นมากก็ยิ่งได้ความสุขในการสละมาเสริมใยแก้วร้อยสัมพันธ์ให้กัน แน่นแฟ้นขึ้น

“จาคะ” ที่ร่วมกันยินดีโดยพร้อมเพรียง
ย่อมก่อความรู้สึกซึ้งใจอย่างใหญ่
เหมือนอยู่ด้วยกัน จะเป็นที่พึ่งให้กัน
ปลอดภัยร่วมกัน ประคับประคองกัน ไม่มีวันล้มพร้อมกัน

๔) มี ปัญญา เสมอกัน
กล่าวทางโลก คือ คุยกันรู้เรื่อง
กล่าวทางธรรม คือ มีระดับการเห็นตามจริงใกล้เคียงกัน หรืออย่างน้อยเป็นไปไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่พูดคนละภาษา ฝ่ายหนึ่งทำก่อนคิด อีกฝ่ายคิดก่อนทำ หรือฝ่ายหนึ่งเอาอารมณ์พูด อีกฝ่ายพูดด้วยสติปัญญา หรือฝ่ายหนึ่งเห็นชัด ว่าอะไร ๆ ไม่เที่ยง ความยึดมั่นถือมั่นเหลือน้อย แต่อีกฝ่ายหนึ่งแค่เรื่องน้อยก็ยึดมั่นถือมั่นเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ก็คงนึกระอาหรือหมั่นไส้ในกันเป็นอย่างยิ่ง

“ปัญญา” ที่ร่วมเสริมส่งกันและกัน
ย่อมทำหน้าที่สร้างความร่าเริงในการสนทนา
และความไม่พรั่นที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน


หากอดีตกาล คุณเคยครองเรือน
กับผู้มีบุญเสมอกันทั้ง ๔ ข้อ
(อาจหย่อนนิดหย่อนหน่อยได้)

ขอเพียงได้มาพบกันในชาตินี้
ก็จะเกิดแรงดึงดูด
ที่ก่อความรู้สึกแสนดีอย่างประหลาด

เหมือนเข้ากันได้ทุกอย่าง
เหมือนเห็นกันได้ทุกแง่มุม
ด้วยความเข้าใจกระจ่าง


จากที่พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัส ว่าหญิงชายจะพบกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า ก็เพราะมีเหตุ คือต่างฝ่ายต่างมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน คำว่า “เสมอกัน” นั้น อย่างน้อยที่สุด คือ ร่วมยินดีไปในแนวความเชื่อเดียวกัน มีใจปรารถนาจะรักษาศีล มีใจอยากสละให้ และอย่างน้อยพูดภาษาเดียวกันรู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งเสนอ อีกฝ่ายนอกจากไม่สนองแล้วยังเอาแต่ขัดๆๆ


ยิ่งไปกว่านั้น พระพุทธเจ้ายังเคยตรัสว่า ความรักจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยเหตุสองประการ
– ประการแรก คือ เคยอยู่ร่วมกันมาในอดีตชาติ
– ประการที่สอง คือ ชาตินี้ได้เกื้อกูลกัน
นั่นแหละความรักอย่างลึกซึ้งถึงจะเกิดได้


มองด้วยข้อสรุปนี้

“คู่บุญตัวจริง” ก็คือ
คนที่เคยคิดดี พูดดี ทำดีต่อกันมาก่อน

รวมทั้งมี “ศรัทธา” ไปในทางเดียว
แข็งแรงใน “ศีล” ข้อเดียวกัน

มี “ใจคิดสละ” ประมาณเดียวกัน

และอย่างน้อยต้อง “พูดกันรู้เรื่อง”
ประมาณเพลิน คุยได้ไม่รู้เบื่อ


แม้เราจะไม่รู้ว่าใคร คือ คู่บุญของเรา แต่หากต้องการเลือกชีวิตคู่ให้เหมาะสมนั้น แนะนำว่าให้ใช้หลักธรรมะ 4 ตัวเป็นตัวตั้ง คือ คนๆ นั้น หรือคู่ชีวิต จะต้องมีศีล จาคะ ปัญญา และศรัทธาที่ใกล้เคียงกับเราด้วย ชีวิตคู่ถึงจะไปด้วยกันได้ดี

สิ่งที่ควรพิจารณา เมื่อคบหากันแล้ว

๑) รู้สึกว่าใช่หรือเปล่า
(เป็นเรื่องของสัญญาที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกล้วนๆ)

๒) เกิดแต่เรื่องดีๆเมื่ออยู่ด้วยกันหรือเปล่า
(วัดผลของอดีตกรรมที่ให้เป็นวิบากฝ่ายดี)

๓) ร่วมกันเปลี่ยนอุปสรรค หรือเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี ได้หรือเปล่า
(ดูปัจจุบันกรรมที่เอื้อให้เกื้อกูลร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้แค่ไหน)

๔) เกิดแรงบันดาลใจให้คิด พูด ทำดี ๆ ต่อกันและต่อคนรอบข้างหรือเปล่า
(ปัจจุบันกรรมที่จะให้ผลเป็นวิบากอนาคตที่สดใสหรือไม่ คู่ที่จรรโลงใจกันด้วยบุญ เลี้ยงใจกันด้วยบุญไม่ขาดสายเท่านั้น ที่ไม่เบื่อ ไม่แห้งแล้งต่อกันเสียก่อนตาย)

สรุป คือ เข้าคู่กันแล้วรู้สึกดีๆ เกิดเรื่องดี ๆ ก็ใช่เลยครับ และไม่ต้องไปหมายมั่นเอาว่านั่นคือเครื่องแสดงความถาวร เป็นเนื้อคู่นิรันดร์ เพราะสังสารวัฏไม่มีอะไรอย่างนั้นให้ มีแต่เปลี่ยนกับเปลี่ยนครับ จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือเลวลงเท่านั้น

เคล็ดลับการทำให้คู่ชีวิตสนใจ

– ถ้าคู่ชีวิตคู่ไหน อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งสนใจ หรือหันมามองตัวเอง ตัวเราต้องฝึกฝนให้ดีเสียก่อน โดยใช้วิธีปฏิบัติธรรม เจริญสติในชีวิตประจำวัน จะทำให้เราได้เห็น และรู้จักตัวเองดีขึ้น รู้จักตัวเองในที่นี้ คือ เวลาเกิดปัญหา จะไม่มอง และโทษคนอื่น หรือเห็นคู่ชีวิตเป็นฝ่ายผิดตลอด

– เมื่อฝึกฝนตัวเองดีแล้ว เช่น คุมอารมณ์ให้อยู่ และเข้าใจความต่างในตัวของคนที่เรารัก จะช่วยให้อารมณ์ดี และใจเย็นขึ้น ใจจะเห็นโลกตามความเป็นจริง และสติจะช่วยให้เรารักษาศีลได้ดีขึ้น มีเมตตาเป็นเครื่องหนุนให้ผู้ปฏิบัติและคนที่อยู่ใกล้ชิดมีความรู้สึกสบายใจ

สรุปว่า ถ้าอยากให้คนอื่นเข้าใจตัวเรา เราต้องเข้าใจตัวเองก่อนว่า ณ ขณะนี้ เราคือใคร กำลังทำอะไร ปัญหาเกิดขึ้นเพราะใคร ต้องยอมรับความจริงให้เป็น ที่สำคัญไม่ควรไปรื้อฟื้นอดีตที่เลวร้ายของกันและกันมาเป็นข้อถกเถียง แต่จงอยู่กับปัจจุบัน เพราะจะทำให้มีความสุขมากกว่า

ที่มา: กระทู้ของคุณสมาชิกหมายเลข 826032 พันทิพย์ดอทคอม 

มหัศจรรย์!! เพียงทาน ”กระเทียมน้ำผึ้ง”เป็นเวลา 7 วัน จะทึ่งกับผลที่ได้

กระเทียมเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ใช้บ่อยในการทำอาหารทั่วโลก มันช่วยให้รสชาติของอาหารดีขึ้น และยังมีประสิทธิภาพมากสามารถรักษาโรคได้มากมาย กระเทียมสดเป็นยาที่สามารถรักษาโรคได้อย่างน่ามหัศจรรย์ หากคุณกำลังทุกข์ทรมานจากปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น ไข้ละอองฟาง (Hay fever) โรคทางเดินอาหาร ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ แมลงสัตว์กัดต่อย และการติดเชื้อรา กระเทียมสามารถช่วยคุณได้

กระเทียมสามารถช่วยให้คุณจัดการกับอาการโรคข้อเข่าเสื่อม โรคเบาหวาน และต่อมลูกหมากโต กระเทียมสามารถลดความดันโลหิตสูงและลดคอเลสเตอรอลป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและอาการหัวใจวาย นอกจากนี้ก็สามารถยับยั้งผลกระทบของหลอดเลือดได้


หลังกินกระเทียมและน้ำผึ้งในขณะท้องว่าง เป็นเวลา 7 วัน น้ำหนักตัวของคุณจะลดลงไปอย่างน่าอัศจรรย์


วิธีการใช้กระเทียม?

วิธีที่ดีที่สุดคือการบริโภคกระเทียมแบบสดๆ เพราะมันมีสารอัลลิซิน (allicin) และฤทธิ์ของมันจะกระจายลดลงเมื่อโดยความร้อน เพราะฉนั้นควรหั่นและบดกระเทียมทิ้งไว้สัก 15 นาทีก่อนบริโภค เมื่อคุณบดกระเทียมมันจะเกิดการกระตุ้นปฏิกิริยาต่อสารอัลลิซิน ทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากสารชนิดนี้มากขึ้น ควรรับประทานกระเทียมในขณะท้องว่าง เพราะถ้าท้องเราแน่นไปด้วยอาหาร มันจะยากต่อการดูดซับสารอาหารทั้งหมด

วิธีรับประทานกระเทียมสดและน้ำผึ้ง

1. หั่นกระเทียม 2-3 กลีบเป็นชิ้นเล็ก ๆ ปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที

2. จากนั้นก่อนที่คุณจะกิน นำมาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

3. ถ้าคุณกินส่วนผสมทั้งสองชนิดนี้ทุกวันคุณจะมีสุขภาพดีและมีพลังงานมากขึ้น (กินส่วนผสมนี้ทุกวัน ครั้งแรกคุณอาจจะรับไม่ได้กับรสชาติของมันแต่หลังจาก 7 วัน คุณจะพบว่าน้ำหนักของคุณได้หายไปอย่างน่าประหลาดใจ)

ที่สำคัญ การบริโภคส่วนผสมนี้ไม่เพียงจะช่วยลดน้ำหนักให้กับคุณแต่มันยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและสามารถกำจัดสารพิษออกจากร่างกายของคุณได้อีกด้วย

กระเทียมสดสามารถช่วยรักษาโรคได้อย่างมากมายแม้กระทั่งแพทย์ก็ยังแนะนำให้ใช้มัน เนื่องจากกระเทียมสามารถช่วยในการล้างพิษให้กับร่างกายและช่วยลดน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยม หากคุณสามารถกินกระเทียมสดๆ ได้จะดีมากกว่ากินกระเทียมที่นำไปปรุงสุกเพราะคุณจะได้รับสารอัลลิซิน (Allicin)

ขอบคุณที่มาจาก myilifestyle.com

ทีมหมอสุดประหลาดใจเข่าอิบราขอเก็บข้อมูลทำวิจัย


ทีมหมอสุดประหลาดใจกับสภาพความแข็งแรงของเข่าดาวยิงปีศาจแดง ถึงขนาดเอ่ยปากขอเก็บข้อมูลทำวิจัยหลังจากนักเตะเลิกเล่น

 มิโน ไรโอลา เอเย่นต์ส่วนตัวของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เผย ทีมแพทย์ที่ทำการผ่าตัด ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สุดทึ่งกับความแข็งแรงของเข่านักเตะ ถึงขนาดเอ่ยปากขอเก็บข้อมูลทำวิจัยหากเจ้าตัวแขวนสตั๊ด
กองหน้าแมนฯยูฯประสบความสำเร็จกับการผ่าตัดหัวเข่าไปด้วยดี หลังโชคร้ายในรับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกในเกมยูโรปากับอันเดอร์เลชท์เมื่อเดือนก่อน

“เข่าของเขาแข็งแรงมาก หมอบอกว่าพวกเขาไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้มาก่อน” ไรโอลา เผยผ่าน Expressen หนังสือพิมพ์สวีเดน

“เขามีหัวเข่าที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับนักเตะที่ลงเล่นเป็นเวลา 20 ปี มันสมบูรณ์มากและไม่มีความเสียหายเลย”

“ซลาตันแข็งแรงมาก หมอต้องการให้เขากลับมาหาหลังจากเลิกเล่นเพื่อวิจัยร่างกายของเขา พวกเขากำลังทำงานให้กับศูนย์วิจัยเข่าและเส้นเอ็นที่ดีที่สุดในโลก”

“พวกเขาทำวิจัยเยอะมาก นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเหนือกว่าทุกคน คุณหมอต้องการให้ซลาตันกลับมาหาเพื่อวิจัยร่างกายของเขา”

“ดังนั้นเราจะกลับมาหาและให้พวกเขาวิจัยหลังจากเลิกเล่น”

ปัจจุบันหอกวัย 35 กำลังพักฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัดอยู่ที่ประเทศสหรัฐฯ

ไร้ปัญหา! ฝ่ายจัดการแข่งขันนำคณะลงตรวจสนามโค้กคัพรอบคัดเลือกภาคตะวันตก


ผจก.กิจกรรมพิเศษและกีฬา บ.ไทยน้ำทิพย์ ตรวจเยี่ยมสนามการแข่งขันศึกฟุตบอลโค้กคัพ ครั้งที่ 20 รอบคัดเลือก โซนภาคตะวันตก ที่ จ. สุพรรณบุรี

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ดร.ศราวุธ ดิษยวรรธนะ ผู้จัดการสายงานกิจกรรมพิเศษและกีฬา บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด เยี่ยมชม สนามสุพรรณบุรีสเตเดี้ยม , โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณ และ สนามฟุตบอลโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย

เพื่อเตรียมจัดการแข่งขันฟุตบอลโค้กคัพ ครั้งที่ 20 ภาคตะวันตก ช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้โดยมี ประสิทธิ์ ดีศิลป์กิจ ผู้จัดการสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ทีมบี และ ผู้บริหารทีมให้การต้อนรับและนำตรวจสนาม ที่ จ.สุพรรณบุรี

สำหรับ การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ยู-19 รายการ “โค้กคัพ” จะกลับมาอีกครั้งหลังจากห่างหายไป 1 ปี โดยการแข่งขันครั้งนี้ยังคงใช้กฎกติกาเดิมคือหาแชมป์แต่ละภาคทั้งหมด 8 กลุ่ม ทั่วประเทศไทยมาแข่งในรอบน็อคเอ้าท์

ผจก.สายงานกิจกรรมพิเศษและกีฬาบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า “ทั้ง 2 สนาม มีความพร้อม เป็นเจ้าภาพ คัดเลือก โซนตะวันตกได้สบาย อีกทั้ง สุพรรณบุรี เคยผ่านการจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับประเทศ และ ระดับนานาชาติมาแล้ว ดังนั้น โค้ก จึงมั่นใจว่า การแข่งขันครั้งนี้ จะ ราบรื่น และ ยิ่งใหญ่ “

ฟุตบอลชิงแชมป์ประเทศไทย ยู-19 โค้กคัพ ครั้งที่ 20 เตรียมเปิดฉาก คัดเลือกกลุ่มแรกที่โซน กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 16-21 สิงหาคม ที่ สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม

Toyota Thai League Player of the Week 13 : ธีรศิลป์ แดงดา

กัปตันกิเลนอันตรายยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้เล่นตำแหน่งถนัดอย่างกองหน้า ล่าสุดทำสองประตูใส่ ราชนาวี ไม่พลาดคว้าผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ไปครอง

ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้ากัปตันทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ที่ 13 จากเราไปครอง หลังช่วยทีมเปิดบ้านถล่ม ราชนาวี เอฟซี 4-0 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก วันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

อดีตแข้งอัล เมเรีย วัย 28 ปี ได้เล่นตำแหน่งถนัดอย่างกองหน้าอีกครั้ง หลังผู้เล่นรายอื่นมีอาการบาดเจ็บ และกลายเป็นฝันร้ายของ ราชนาวี ทันที เมื่อ “มุ้ย” อันตรายยิ่งกว่าเดิม ก่อนทำไป 2 ประตูทั้งลูกโหม่ง และ ลูกยิง ซึ่งไม่ใช่จังหวะที่ทำได้ง่าย แต่เทพเจ้ากิเลนก็สามารถปิดบัญชีได้อย่างเนียนสนิท ต่อหน้าต่อตา มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ที่เข้ามาชมในเกมนี้

ขณะเดียวกันจาก 2 ประตูดังกล่าวนอกจากช่วยให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม ราชนาวี 4-0 ยังทำให้เจ้าตัวยิงประตูได้ 4 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกรอบ 6 ปี หลังครั้งล่าสุดที่ทำได้ต้องย้อนกลับไปช่วงท้ายฤดูกาล 2012